วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ตอบคำถามออนไลน์ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ครั้งที่ 5/2555


ปุจฉา : การประยุกต์ใช้บาร์โค้ด 2 มิติ (QR Code) เพื่อประชาสัมพันธ์มีกี่แนวทางทำได้อย่างไรบ้าง ?
วิสัชนา : การประยุกต์ใช้บาร์โค้ด 2 มิติ (QR Code) เพื่อประชาสัมพันธ์ธุรกิจอาจแบ่งออกเป็นได้หลายแนวทาง ดังนี้
1. เพื่อนำทางมาสู่ร้านค้าหรือสถานที่จัดงาน
               Idea นี้เหมาะสำหรับธุรกิจประเภทบริการ เช่นร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก หรือในกรณีที่คุณจัดงาน Event ขึ้นมาสักที่นึงก็เป็นได้  ซึ่งคุณสามารถสร้าง  Geo-location  สถานที่ร้านค้า โรงแรมของคุณ  ในแผนที่ออนไลน์ เช่น Google Map  กำหนดพิกัดจุด ปักหมุดให้เรียบร้อยแล้วก็ นำไปสร้าง  QR Code เพื่อนำมาใช้งาน เป็นที่โชคดีของชาวอเมริกา  ที่ไอเดียนี้ได้เริ่มทดลองใช้ได้กับบริการ Google Favorite Local Place ที่ให้คุณสามารถปักหมุดร้านค้าของคุณกับ Google Local business Map แล้วก็จะได้รับป้ายติดหน้าร้านเท่ห์จาก Google Favorite Place ที่มี QR Code ที่จะนำลูกค้าของคุณไปไปสู่แผนที่ร้านค้าของคุณใน Google Map พร้อมรายละเอียดร้านและ Review จากลูกค้ารายอื่นๆด้วยโดยเชื่อมต่อจากฐานข้อมูลของ http://yelp.com
2. นำไปสู่เนื้อหาที่มากยิ่งขึ้น
               ด้วยเนื้อที่จำกัดในการสร้างสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการของธุรกิจเรา ดังนั้น QR Code นี้จะช่วยให้ข้อจำกัดด้านเนื้อที่นั้นหมดไปโดยที่คุณสามารถสร้าง Link ชี้มายังเนื้อหาข้อมูลในเว็บไซต์ของบริษัทคุณเองได้  เช่น การสร้าง Campaign โฆษณา  ร่วมสนุก แต่คุณไม่สามารถลงรายละเอียดทั้งหมดได้ในสื่อสิ่งพิมพ์ ก็สามารถใช้ QR Code นี้ชี้นำมาอ่านต่อในเว็บไซต์ได้เป็นต้น
3. เพื่อแสดงรายละเอียดของสินค้า
               ประเด็นนี้เหมาะสำหรับการชี้แจงรายละเอียดสินค้าเป็นรายชิ้นรายชนิด คุณสามารถสร้าง QR Code เพื่อชี้นำให้ลูกค้าคุณมาอ่านรายละเอียดของสรรพคุณสินค้าของคุณเพิ่มเติมได้ ยกตัวอย่าง  McDonald  ได้ นำ QR Code ใส่ในห่อผลิตภัณฑ์ เบอร์เกอร์แต่ละชนิด เมื่อผู้บริโภค ทำการแสกน QR Code ที่ห่อดู ก็จะพบรายละเอียด ข้อมูลส่วนผสม และ ข้อมูลโภชนาการ ของเบอเกอร์ ที่พึ่งทานเข้าไปนั่นเอง  หรือไวน์บางยี่ห้อก็ได้นำข้อมูลแสดงรายละเอียดประเภทและปีที่ผลิตลงบนขวด สินค้าที่มีราคาแพงและต้องใช้อารมณ์และความรู้สึกในการตัดสินใจมากขึ้นอย่างเช่นโทรศัพท์ กล้องถ่ายรูป หรือรถยนต์ ก็เหมาะที่จะนำ QR Code นี้มาประกอบใน Catalog สิ่งพิมพ์ ซึ่ง Idea นี้ถือเป็นจุดดีในการกระตุ้นความสนใจของลูกค้าที่ต้องการทราบรายละเอียดของสินค้าเพราะสื่อสิ่งพิมพ์อาจไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจ
4. ใช้เพื่อสร้างกิจกรรมทางการตลาดส่งเสริมการขาย
               Idea นี้เป็นที่นิยมใช้งานการอย่างแพร่หลายเพราะแม่นยำ QR Code เปรียบเสริมรหัสลับที่ใครๆ ก็ใคร่ที่อยากจะรู้ว่าข้อมูลนั้นว่ามันคืออะไร  หรือคุณสามารถทำ QR Code เป็น E-Coupon เช่นให้ Download  QR Code  จากเว็บไซต์ลงใน โทรศัพท์มือถือแล้วนำมาเป็นส่วนลด ณ จุดขาย หรือนำ QR Code ใส่ Link Download  ไฟล์ภาพ เพลง คลิป VDO หรือเนื้อหา ได้ฟรีๆ เป็นต้น  แม้แต่นำ QR Code ข้างฉลากกล่องเครื่องดื่มมาแลกเป็น Item สุดล้ำในเกมส์อันนี้ก็ถือว่าเป็นการนำมาใช้เพื่อนส่งเสริมการขายเช่นเดียวกัน
5. นำมาประยุกต์ใช้เพื่อการทำประชาสัมพันธ์
               บางครั้งการที่เราจะต้องแจ้งรายละเอียดเว็บไซต์ของบริษัท หรือข้อมูลโปรไฟล์อันยาวยืดเยื้อดูเป็นเรื่องยืดยาว ยังไม่รวมถึงการแจ้งในลูกค้าเข้าถึง Social media  Profile  อย่าง Facebook Fanpage หรือ Twitter account หรือ Youtube Channel ของบริษัทหรือสินค้าอีก  ดังนั้น QR Code จึงช่วยลดความยุ่งยากในการต้องแสดง Page URL ของหน้าเว็บไซต์หรือ Social media Profile ให้ลูกค้าเราทราบได้อย่างง่าย ด้วยความสามารถของ โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่จึงทำให้ลูกค้า เข้าถึงเว็บไซต์และ Social media profile ของเราได้เพียงแค่ สแกน QR Code เท่านั้น
6. ใช้เพื่อการชำระค่าสินค้าและบริการ
          Idea  นี้อาจจะยังไม่แพร่หลายมากนักแต่ก็เริ่มมีการทดลองใช้งานขอยกตัวอย่าง Starbuck ได้เริ่มทดลอง Application บน Iphone ที่คล้ายกับบัตรจ่ายเงินของ Starbuck ในบางสาขาที่ Silicon Valley และใน Seattle แม้ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงทดลองแต่คาดว่าหากไอเดียนี้ใช้งานได้จริงคงจะเป็นที่นิยมไม่แพ้ การจ่ายเงิน Mobile payment ระบบ RFID  เพราะคุณแทบไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์อะไรเพิ่มเติมอีกเลย



URL http://www.cai.ku.ac.th

วารสารฅนสหกรณ์



วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ตอบคำถามออนไลน์ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ครั้งที่ 4/2555


ปุจฉา : การดำเนินการโครงการวิจัย “โรงเรียนลูกชาวนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะการทำการเกษตรเชิงธุรกิจ : มิติใหม่แห่งการเรียนรู้จากแปลงนาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” นักวิจัยมีการขับเคลื่อนอย่างไร และจะเกิดประโยชน์อย่างไรจากการดำเนินโครงการ ?
วิสัชนา : โครงการวิจัย “โรงเรียนลูกชาวนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะการทำการเกษตรเชิงธุรกิจ” เป็นผลกระทบมาจากการเปลี่ยนโครงสร้างของแรงงานภาคการเกษตร แรงงานภาคเกษตรไหลเข้าภาคอุตสาหกรรม คนรุ่นใหม่ไม่สนใจทำงานในภาคเกษตร ประกอบกับกลุ่มลูกหลานเกษตรกรไม่สนใจทำการเกษตรสืบเนื่องจากหลายปัจจัย อาทิ มีโอกาสเรียนสูง ทัศนะคติเกี่ยวกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรม และที่สำคัญการที่ลูกหลานเกษตรกร ชาวไร่ชาวนาขาดทักษะ ขาดการต่อยอดในการพัฒนาความรู้ความสามารถ ให้เท่าทันกับกระแสสังคมเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน
           การดำเนินโครงการวิจัยเป็นแนวทางการที่จะรักษาลูกหลานชาวนาให้อยู่กับผืนนาของตน เป็นการมุ่งเน้นให้ลูกหลานชาวนาสามารถบริหารจัดการธุรกิจการเกษตรแบบเท่าทันใช้ที่ดินในการทำการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
           ในช่วงระยะเวลานี้เป็นระยะเริ่มต้นของการขับเคลื่อนโครงการวิจัย ทางนักวิจัยได้เริ่มประชุมและว่างแผนขับเคลื่อนโดยได้เชิญนักวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ เพื่อนำไปทดลองใช้กับกลุ่มเป้าหมายใน 5 พื้นที่

ตอบคำถามออนไลน์ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ครั้งที่ 3/2555


ปุจฉา : สนใจเข้าร่วมโครงการสั่งซื้อข้าวจากชาวนา จะต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ ?
วิสัชนา : สามารถเข้ามากรอกใบสมัครหรือลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ที่เว็บไซต์ของสถาบันวิชาการด้านสหกรณ์ http://www.cai.ku.ac.th โทรศัพท์/แฟกซ์ 02-940-6300 หรือติดต่อได้ที่ร้าน Farmer Shop ชั้น 1 อาคารปฏิบัติการคณะเศรษฐศาสตร์
          โครงการสั่งซื้อข้าวจากชาวนา มีจุดมุ่งหมายสำคัญในการสร้างระบบธุรกิจที่เอื้อประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวนากลุ่มเล็กๆ ให้มีความเป็นดีอยู่ดี ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มพ่อค้าคนกลางในขณะเดียวกันกลุ่มผู้บริโภคก็จะได้บริโภคข้าวที่มีคุณภาพ ราคาเป็นธรรม รวมทั้งยังเป็นการรณรงค์ให้คนไทยมาช่วยอุดหนุนสินค้าเกษตรแปรรูปที่มีคุณภาพ เพื่อเป็นการยกระดับการพัฒนาสินค้าเกษตร และยังเป็นการส่งเสริมในเรื่องของการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันของคนในสังคม

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ตอบคำถามออนไลน์ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ครั้งที่ 2/2555


ปุจฉา : ได้ข่าวแว่วๆ มาว่าจะมีการจัดตั้งสมาคมผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์ จริงหรือปล่าว ? จะสอบถามรายละเอียด จากใคร ได้บ้าง ?
วิสัชนา : จริงค่ะ สถาบันวิชาการด้านสหกรณ์ มีแผนงานจะจัดตั้งสมาคมผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์ โดยมีเจตนารมณ์ เพื่อยกระดับเครือข่ายผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์ออมทรัพย์อย่างผู้ชำนาญการ (เปาบุ้นจิ้น) เป็นสถาบันของผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์ออมทรัพย์อย่างผู้ชำนาญการ ในการขับเคลื่อนให้ผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์มีการทำงานอย่างเป็นอิสระ มีส่วนช่วยพัฒนาความเข้มแข็ง และเป็นธรรมาภิบาลของสหกรณ์ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ สถาบันวิชาการด้านสหกรณ์ โทร. 02-940-6300 ค่ะ

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ตอบคำถามออนไลน์ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ครั้งที่ 1/2555

ปุจฉา : ขั้นตอนการตรวจและรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์มีกระบวนการอย่างไร ?
วิสัชนา : 
     1.การสมัครขอรับรอง : ติดต่อองค์กรรับรอง กรอกใบสมัคร (ข้อมูลฟาร์ม/สถานที่ ประกอบการ ประวัติฟาร์ม แผนการผลิต แผนผังฟาร์ม ส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ ฯลฯ) และลงนามในสัญญาข้อตกลงว่าจะปฏิบัติตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และส่งกลับให้องค์กรรับรอง พร้อมกับชำระค่าตรวจรับรอง 
     2.การตรวจเอกสาร/การประเมินเบื้องต้น : เพื่อประเมินว่าผู้สมัครมีการปฏิบัติที่อยู่ในขอบข่ายที่จะขอรับรองหรือไม่ โดยดูจากเอกสาร หรืออาจมีการไปตรวจประเมินเบื้องต้นที่ฟาร์ม/สถานที่ประกอบการ 
   3.การตรวจฟาร์ม/สถานที่ประกอบการ : องค์กรรับรองส่งผู้ตรวจไปตรวจ ผู้ตรวจทำการสัมภาษณ์ สังเกต เดินสำรวจรอบฟาร์ม/สถานที่ประกอบการ และประเมินว่าผู้สมัครทำการผลิตตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์หรือไม่ และสรุปผลการตรวจให้ผู้สมัครทราบ จากนั้นจัดทำรายงานการตรวจส่งให้องค์กรรับรอง
     4.การรับรอง : เจ้าหน้าที่รับรองหรือคณะกรรมการรับรองพิจารณาผลการตรวจจากรายงานของผู้ตรวจ และตัดสินใจว่าจะรับรองหรือไม่ อย่างไร โดยการรับรอง อาจรับรองโดยมีเงื่อนไขให้ผู้สมัครปฏิบัติในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อให้เป็นไป ตามมาตรฐาน 
     5.การแจ้งผลการรับรองและออกใบประกาศนียบัตร : แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้สมัครทราบ พร้อมกับออกใบประกาศนียบัตรให้ในกรณีที่ได้รับการรับรอง 
     6.การอุทธรณ์ : ในกรณีที่ผู้สมัครไม่เห็นด้วยกับผลการรับรอง สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อองค์กรรับรองได้ 
   7.การติดตามผล : การติดตามเงื่อนไขการรับรอง ผู้สมัครจะต้องได้รับการตรวจและรับรองอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2555

ตอบคำถามออนไลน์ประจำเดือนมกราคม ครั้งที่ 2/2555

ปุจฉา : ผู้ที่เข้ารับการอบรมผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์หลักสูตร การตรวจสอบกิจการสหกรณ์ออมทรัพย์อย่างผู้ชำนาญการ ร่วมกับสถาบันวิชาการด้านสหกรณ์ ท่านจะได้รับประโยชน์ต่อตนเองและต่องานในหน้าที่อย่างไรบ้าง ?
วิสัชนา :  - ต่อตนเอง : ท่านจะได้รับการเพิ่มพูน วิสัยทัศน์ ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ และมีจริยธรรมต่อตนเอง
            - ต่องาน : ท่านจะมีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติภารกิจการตรวจสอบกิจการสหกรณ์ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม โดยมีกรอบคิด หลักการ และจริยธรรมในการตรวจสอบกิจการ เทคนิคด้านการตรวจสอบการเงิน การบัญชี การบริหารจัดการ มีความรู้เพิ่มเติมในการจัดทำรายงานการตรวจสอบกิจการ มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ

ตอบคำถามออนไลน์ประจำเดือนมกราคม ครั้งที่ 1/2555

ปุจฉา : จากการต่อยอดแคนดูโมเดล ซึ่งได้ดำเนินการสิ้นสุดในปี 2549 โดยมีสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด เป็นแกนนำได้มีการต่อยอดและขยายผล “แคนดูโมเดล” ไปสู่การพัฒนาให้เป็นเครือข่ายคุณค่าที่ดำเนินธุรกิจเชื่อมโยงพันธมิตรทางธุรกิจภายใต้โซ่อุปทานที่จะนำประโยชน์สู่สมาชิกและผู้บริโภค ภายใต้ชุดโครงการการขับเคลื่อนการพัฒนาการสหกรณ์และการค้าที่เป็นธรรม โดยมีสหกรณ์การเกษตรเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายฯ จำนวน 15 สหกรณ์ จนในปัจจุบันเกิดเป็น Brand “ข้าวเกิดบุญ” อยากทราบว่าผลลัพธ์ที่ได้จากชุดโครงการวิจัยนี้คืออะไร ?
วิสัชนา : ผลลัพธ์ที่ได้จากชุดโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาการสหกรณ์และการค้าที่เป็นธรรม นั้นนอกจากจะได้ตัวแบบเครือข่ายธุรกิจและแบรนด์ “ข้าวเกิดบุญ” แล้วยังทำให้ผู้นำและฝ่ายจัดการสหกรณ์ที่เป็นภาคีเครือข่ายฯ มีทักษะและประสบการณ์ร่วมกันในเรื่องการบริหารจัดการธุรกิจข้าวหอมมะลิภายใต้โซ่อุปทานที่คำนึงถึงความเสี่ยงและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนภายใต้สภาพแวดล้อมแข่งขัน ชุดความรู้สำคัญๆ ที่ได้จากกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ได้แก่ กลยุทธ์การตลาดของผู้ประกอบการธุรกิจร้านค้าปลีกชั้นแนวหน้า ชุดความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานข้าวหอมมะลิไทย มาตรฐานโรงงาน การสร้างแบรนด์ที่สร้างความพึ่งพอใจแก่ผู้บริโภค การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า การบริหารความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจเครือข่ายฯ ระบบการบริหารจัดการภายใต้โซ่อุปทานภายใต้สถานการณ์การเปิดเสรีการค้าและผลกระทบที่มีการปลอมปนข้าวคุณภาพต่ำจากประเทศเพื่อนบ้านตลอดจนแนวคิดในการพัฒนาช่องทางการดำเนินธุรกิจของชาวนาขนาดเล็กผ่านเครือข่ายธุรกิจสหกรณ์เพื่อแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ บนหลักการพึ่งพาและร่วมมือกันอีกด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ตอบคำถามออนไลน์ประจำเดือนธันวาคม ครั้งที่ 2/2554

ปุจฉา : โครงการของขวัญปีใหม่ร้าน Farmer Shop ปีนี้มีชุดของขวัญกี่แบบ ?
วิสัชนา : โครงการของขวัญปีใหม่เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่จะเสริมสร้างบรรยากาศในเทศการปีใหม่ด้วยการสรรหา “ของขวัญคุณภาพ ราคาเป็นธรรม”เพื่อนำความสุขส่งมอบให้แด่คนที่คุณรัก Catalog ของขวัญปีใหม่ 2555 ของโครงการร้าน Farmer Shop มีชุดของขวัญ 16 แบบค่ะ สามารถเข้าไปดูรูปแบบได้ที่ http://cai.ku.ac.th หรือ แวะมาชมที่ร้าน Farmer Shop อาคารฏิบัติการคณะเศรษฐศาสตร์ ระหว่างวันที่ 19-29 ธันวาคม 2554 ระหว่างเวลา 09.30-17.00 น. ค่ะ

วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ตอบคำถามออนไลน์ประจำเดือนธันวาคม ครั้งที่ 1/2554

ปุจฉา : มาตรฐาน CMMI ที่บริษัท เอด้า ซอฟท์ จำกัด ได้รับนั้นมีความหมายอย่างไร ?
วิสัชนา : CMMI (Capability Maturity Model Integration) CMMI เป็นมาตรฐานในการปรับปรุงคุณภาพซอฟต์แวร์ให้มีประสิทธิภาพ เป็นที่รู้จักและยอมรับของสากล หากองค์กรใดได้รับ CMMI (แล้วแต่ Level) ถือว่าองค์กรนั้นมี Product และกระบวนการพัฒนา Product ที่มีประสิทธิภาพ เป็นที่น่าเชื่อถือของลูกค้า และเป็นตัวการันตีชิ้นงานที่ออกไป
ดังนั้นปัจจุบันองค์กรและบริษัทจำนวนมากต้องการนำ CMMI มาใช้ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้อยู่ในระดับที่ต้องการ (มี 5 ระดับ)
CMMI จะมีวิธีการหรือขั้นตอน (Process Improvement) เพื่อพัฒนาปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ (Product, Service) ให้มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ จนถึงการส่งมอบ (Release) และการบำรุงรักษา (Maintenance) เพื่อให้ทุกองค์กรนำไปใช้ปรับปรุงคุณภาพซอฟต์แวร์